ไม่เป็นไรที่จะคร่ำครวญ

ไม่เป็นไรที่จะคร่ำครวญ
อ่าน: บทเพลงคร่ำครวญ 3:19–26 | อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศาวดาร 19-20; ยอห์น 13:21-38
พระเจ้าทรงดีต่อคนทั้งปวงที่คอยท่าพระองค์อยู่ [ บทเพลงคร่ำครวญ 3:25 ]

ฉันทรุดตัวลงคุกเข่าปล่อยให้น้ำตาหยดลงพื้น “พระเจ้า ทำไมพระองค์ไม่ทรงดูแลข้าพระองค์?” ฉันร้องไห้ ตอนนั้นเป็นช่วงที่โควิด 19 กำลังระบาดหนักในปี 2020 ฉันถูกเลิกจ้างมาเกือบเดือนและการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ว่างงานก็มีปัญหา ฉันยังไม่ได้รับเงินชดเชย และเงินช่วยเหลือที่รัฐบาลสหรัฐสัญญาว่าจะให้ก็ยังมาไม่ถึง ลึกๆฉันไว้วางใจว่าพระเจ้าจะจัดการทุกอย่าง ฉันเชื่อว่าพระองค์ทรงรักฉันอย่างแท้จริงและจะทรงดูแลฉัน แต่ในตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง

บทเพลงคร่ำครวญย้ำเตือนว่าไม่เป็นไรที่เราจะคร่ำครวญ หนังสือเล่มนี้น่าจะเขียนขึ้นในระหว่างหรือไม่นานหลังจากที่ชาวบาบิโลนทำลายเยรูซาเล็มในปี 587 ก่อนคริสตกาล เนื้อหาพูดถึงความทุกข์ยาก (3:1, 19) การกดขี่ (1:18) และความอดอยาก (2:20; 4:10) มานาประจำวัน

ของผู้คน แต่ในช่วงกลางของหนังสือ ผู้เขียนระลึกได้ว่าท่านมีความหวังได้เพราะ “ความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่เคยหยุดยั้ง และพระเมตตาของพระเจ้าไม่มีสิ้นสุด เป็นของใหม่อยู่ทุกเวลาเช้า ความเที่ยงตรงของพระองค์ใหญ่ยิ่งนัก” (3:22-23) แม้มีเหตุเลวร้าย แต่ผู้เขียนระลึกได้ว่าพระเจ้ายังคงสัตย์ซื่อ

บางครั้งดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ที่จะเชื่อว่า “พระเจ้าทรงดีต่อคนทั้งปวงที่คอยท่าพระองค์อยู่ และทรงดีต่อคนที่แสวงพระองค์” (ข้อ 25) โดยเฉพาะเวลาที่เรามองไม่เห็นจุดจบของความทุกข์ทรมานนั้น แต่เราสามารถร้องทูลและวางใจว่าพระองค์ทรงสดับฟัง และพระองค์ทรงสัตย์ซื่อที่จะช่วยเราฝ่าฟันไปได้อย่างแน่นอน ผู้ให้อย่างลับๆ

วันนี้มีสิ่งใดที่ทำให้คุณยากที่จะวางใจในพระเจ้า
มีสิ่งใดที่ช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจในการร้องเรียกหาพระเจ้า

พระบิดาเจ้า บัดนี้ข้าพระองค์ต้องการพระองค์ โปรดช่วยข้าพระองค์ให้วางใจว่าพระองค์จะอยู่ช่วยข้าพระองค์ในยามยากลำบาก

สนับสนุนโดย : 188BETufabetแทงบอลยูโร

เช็คความเร็วอินเทอร์เน็ต : speedtest 3bb