ได้รับความชื่นชมยินดีในการสรรเสริญ

ได้รับความชื่นชมยินดีในการสรรเสริญ
ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า [ ฮาบากุก 3:18 ]

เมื่อซี. เอส. ลูอิส นักเขียนมีชื่อชาวอังกฤษมอบชีวิตให้พระเยซู ทีแรกท่านไม่ยอมสรรเสริญพระเจ้า และยังเรียกการสรรเสริญว่าเป็น “สิ่งกีดขวาง” ปัญหาคือ “ดูเหมือนการสรรเสริญเป็นคำสั่งของพระเจ้า” แต่ในที่สุดลูอิสรู้ว่า “การสรรเสริญอยู่ในขบวนการนมัสการที่พระเจ้าทรงสื่อสารถึงการสถิตอยู่” ให้กับคนของพระองค์ แล้ว “ในความรักอันสมบูรณ์กับพระเจ้า” เราจึงพบความชื่นชมยินดีในพระองค์ “เหมือนความสว่างที่กระจกได้รับ” ไม่สามารถแยก “ความสว่างที่ฉายออกมา

ผู้เผยพระวจนะฮาบากุกได้ข้อสรุปนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อน หลังจากบ่นกับพระเจ้าถึงความชั่วร้ายที่มาถึงยูดาห์ ท่านพบว่าการสรรเสริญพระเจ้าทำให้ท่านยินดี ไม่ใช่ในสิ่งที่พระองค์ทำแต่ในสิ่งที่พระองค์เป็น ดังนั้น แม้มีวิกฤติในประเทศหรือทั่วโลก พระเจ้ายังทรงยิ่งใหญ่ เหมือนที่ท่านประกาศว่า มานาประจำวัน

“แม้ต้นมะเดื่อไม่มีดอกบาน หรือเถาองุ่นไม่มีผล ผลมะกอกเทศก็ขาดไป ทุ่งนามิได้เกิดอาหาร ฝูงสัตว์ขาดไปจากคอกและไม่มีฝูงวัวที่ในโรง ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า” (ฮบก.3:17-18) และ “ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า”

เมื่อซี. เอส. ลูอิส รู้แล้วว่า “ทั้งโลกกังวานด้วยการสรรเสริญ” ฮาบากุกก็ยอมเช่นกันที่จะสรรเสริญพระเจ้าทุกเวลาเพื่อพบกับความยินดีเต็มล้นในผู้นั้นที่ “ทรงดำเนินไปชั่วนิรันดร์” (ข้อ 6) ที่ลี้ภัยของผู้ถูกปฏิเสธ

เมื่อคุณสรรเสริณพระเจ้า เกิดผลอะไรบ้างกับจิตวิญญาณของคุณ ใช้เวลาใคร่ครวญถึงความดีของพระเจ้า แล้วบอก 3 สิ่งที่คุณสามารถสรรเสริญพระองค์ได้ในวันนี้

ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงรัก แม้ในยามที่ยากลำบาก
ขอทรงปลุกเร้าจิตใจ และริมฝีปากของข้าพระองค์ด้วยการสรรเสริญอันเต็มล้นด้วยความยินดี