เรียนรู้จากความเขลา

เรียนรู้จากความเขลา
เรียนรู้จากความเขลา
อ่าน: ปัญญาจารย์ 10:1–14 | อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 1 พงศ์กษัตริย์ 1-2; ลูกา 19:28-48
จิตใจของคนที่มีสติปัญญาย่อมอยู่ที่ข้างขวามือของตน แต่จิตใจของคนเขลาย่อมอยู่ที่ข้างมือซ้ายของตัว แม้เมื่อคนเขลากำลังเดินไปตามทางเขาก็ขาดสำนึก [ ปัญญาจารย์ 10:2-3 ]

เรียนรู้จากความเขลา ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อในเมืองวูลลองกองของออสเตรเลีย เขาวางธนบัตร 20 เหรียญบนเคาน์เตอร์และขอแลกเงิน เมื่อพนักงานเปิดลิ้นชักใส่เงิน ชายคนนั้นชักปืนออกมาและบอกให้ส่งเงินทั้งหมดในเครื่องจ่ายเงินให้เขา ซึ่งพนักงานก็รีบทำตาม ชายคนนั้นคว้าเงินสดจากพนักงานแล้วหนีไปโดยทิ้งเงิน 20 เหรียญไว้บนเคาน์เตอร์ เขาได้เงินไปทั้งหมด สิบห้าเหรียญ

บางครั้งเราก็ทำเรื่องโง่เขลา แม้ในขณะที่เราพยายามจะทำสิ่งที่ถูกต้องซึ่งต่างจากขโมยคนนี้ สิ่งสำคัญคือเราเรียนรู้อะไรจากการกระทำที่โง่เขลานั้น หากไม่มีการแก้ไข การตัดสินใจแย่ๆของเราอาจกลายเป็นนิสัยซึ่งจะกำหนดคุณลักษณะของเรา เราจะกลายเป็น “คนเขลา…ขาดสำนึก” (ปญจ.10:3) มานาประจำวัน

บางครั้งการยอมรับในความเขลาของตนเองก็เป็นเรื่องยากเพราะจะทำให้เรามีสิ่งที่ต้องทำเพิ่มขึ้น เราอาจต้องใคร่ครวญถึงข้อบกพร่องนั้นซึ่งจะทำให้เราเจ็บปวด เรียนรู้จากความเขลา หรือบางทีเราอาจต้องยอมรับว่าเราตัดสินใจเร็วเกินไปและคราวหน้าจะต้องระมัดระวังมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เราไม่ควรเพิกเฉยต่อความโง่เขลาของตนเอง

ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงสามารถใช้ความเขลาของเราในการสอนและสร้างเรา การตีสอนไม่ใช่ “สิ่งน่ารื่นรมย์” แต่ส่งผลดีในระยะยาว (ฮบ.12:11)ให้เรายอมรับการตีสอนจากพระเจ้า และขอพระองค์ทรงเปลี่ยนเราให้เป็นเช่นบุตรชายและหญิงตามที่ทรงมุ่งหมายให้เราเป็น เลวร้ายที่สุด

คุณตัดสินใจอะไรอย่างโง่เขลาเมื่อเร็วๆนี้ เรียนรู้จากความเขลา
คุณคิดว่าพระเจ้าอยากให้คุณเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นั้น

พระบิดาเจ้าข้า ขอบพระคุณที่ทรงใช้ความเขลาของข้าพระองค์เพื่อฝึกฝนข้าพระองค์
ข้าพระองค์ขอน้อมรับการตีสอนจากพระองค์เพื่อพระองค์จะทรงทำงานในข้าพระองค์ต่อไป