รำพึงถึงหิมะ

รำพึงถึงหิมะ
รำพึงถึงหิมะ
อ่าน: โยบ 36:26-29, 37:5-7 | อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เฉลยธรรมบัญญัติ 8-10; มาระโก 11:19-33
พระองค์ตรัสกับหิมะว่า “ตกลงบนแผ่นดินซี” และในทำนอง เดียวกันก็ตรัสกับฝนและกับห่าฝนอันหนักของพระองค์ [ โยบ 37:6 ]

กลุ่มนักร้องชาวบ้าน “เหนือแม่น้ำไรน์” ในย่านผู้ใช้แรงงานที่เมืองซินซินเนติ รัฐโอไฮโอ ร้องเพลงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเมืองทุกปี “ทุกครั้งที่หิมะตกครั้งแรกของปี มันรู้สึกเหมือนกับมีเรื่องที่ศักดิ์สิทธ์กำลังเกิดขึ้น” ลินฟอร์ด เด็ทวีลเลอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งวงกล่าว “เหมือนการเริ่มต้นใหม่ ทั้งเมืองจะค่อยๆช้าลงและเงียบขึ้น”

ถ้าคุณเคยเจอกับหิมะที่ตกหนักคุณจะเข้าใจว่ามันสร้างแรงบันดาลใจให้กับบทเพลงได้อย่างไร ความเงียบอันอัศจรรย์ปกคลุมโลกเมื่อหิมะมาแทนที่คราบฝุ่นและความทึบทึม จากนั้นไม่นานความเยือกเย็นแห่งฤดูหนาวก็ปรากฏขึ้น เชื้อเชิญให้เรารำลึกและชื่นชมยินดี

  • เอลีฮูเพื่อนของโยบซึ่งมีมุมมองที่น่าสนใจต่อพระเจ้า ได้บันทึกถึงการทรงสร้างที่เรียกหาความสนใจจากเราโดยบอกว่า “พระเจ้าทรงสำแดงกัมปนาทอย่างประหลาดด้วยพระสุรเสียงของพระองค์” (โยบ 37:5) “พระองค์ตรัสกับหิมะว่า ‘ตกลงบนแผ่นดินซี’ และในทำนองเดียวกันก็ตรัสกับฝนและกับห่าฝนอันหนักของพระองค์” ความงดงามตระการนั้นขัดจังหวะชีวิตของเรา เพื่อเรียกให้เรา มานาประจำวัน
  • หยุดใคร่ครวญ “พระองค์ทรงมัดมือของ มนุษย์ทุกคน เพื่อทุกคนซึ่งพระองค์ทรงสร้างจะรู้ได้” เอลีฮูกล่าว (ข้อ 6-7)

บางครั้งธรรมชาติเรียกความสนใจจากเราในแบบที่เราไม่ชอบ ไม่ว่าจะเกิดอะไรกับเราหรือเราสังเกตเห็นอะไรรอบตัว ในแต่ละช่วงเวลาซึ่งไม่ว่าจะงดงาม เป็นภัยคุกคาม หรือธรรมดาสามัญ ล้วนแต่เป็นแรงบันดาลใจในการนมัสการของเราได้ หัวใจแห่งนักกวีภายในเรานั้นต้องการความเงียบอันศักดิ์สิทธิ์ เหตุผลที่บันทึกไว้

มีเรื่องใดที่บันดาลใจให้คุณใคร่ครวญถึงความยิ่งใหญ่และสร้างสรรค์ของพระเจ้า คุณจะมีประสบการณ์ถึงความอัศจรรย์ของพระองค์ในช่วงเวลาปกติธรรมดาได้อย่างไรในวันนี้

พระบิดา โปรดช่วยให้ข้าพระองค์เห็นพระหัตถ์ของพระองค์
ในทุกสิ่งวันนี้ โปรดประทานหัวใจแห่งการชื่นชมใน พระราชกิจอันอัศจรรย์ของพระองค์